วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

"น้ำตาล"ช่วยลดอาการโกรธ (New!)

"น้ำตาล"ช่วยลดอาการโกรธ (New!)
 
 

นักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐอเมริกาเปิดเผยผลวิจัยที่ว่า การกินน้ำตาลจะช่วยให้คนที่มีอารมณ์โกรธจัดลดความโกรธลงได้รวดเร็วกว่าการ ผ่อนคลายอารมณ์โกรธโดยไม่ได้กินน้ำตาลหรือของหวานที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ ขณะที่น้ำตาลเทียมเช่น แอสปาแตม ที่เป็นสารสังเคราะห์นั้นหมดสิทธิ์ที่จะช่วยให้คนหายโกรธได้เร็วขึ้น
ปัจจัยสำคัญคือ "น้ำตาลกลูโคส" ในน้ำตาลธรรมชาตินั้นสามารถให้พลังงานแก่สมองมนุษย์ในช่วงเวลาที่ต้องการ พลังงานสำหรับการควบคุมอารมณ์โกรธได้นั่นเอง

ปกติแล้ว สมองของผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักเฉลี่ย 1.3 กิโลกรัมนั้นจะเผาผลาญพลังงานจากน้ำตาลกลูโคสมากถึง 25% ของปริมาณการใช้พลังงานจากน้ำตาลกลูโคสทั่วร่างกาย และใช้ออกซิเจนคิดเป็นสัดส่วน 20% ของปริมาณการใช้ออกซิเจนของอวัยวะทั้งหมด แต่เมื่อสมองต้องทำกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งการแสดงและควบคุมอารมณ์โกรธ สมองจะต้องการพลังงานมากขึ้นเป็นพิเศษ เพราะต้องสั่งการอวัยวะจำนวนมากให้ทำงานในเวลาเดียวกัน

สังเกตุได้ง่ายๆ เมื่อมีอารมณ์โกรธจะเกิดอาการ "ปรี๊ด" ขึ้นมาที่สมอง ก่อนที่สมองจะสั่งให้ "เหวี่ยง" คนที่ทำให้โกรธ การหายใจจะเร็วขึ้น หน้าจะแดง เพราะเลือดสูบฉีดเข้าไปยังส่วนบนของร่างกาย และเมื่อหายโกรธแล้วจะรู้สึกอ่อนเพลีย เนื่องจากร่างกายนำกลูโคสจำนวนมากไปใช้ในช่วงเวลาที่เกิดอาการ "เหวี่ยง"

ศาสตราจารย์ แบรด บุชแมน แห่งมหาวิทยาลัยโอไฮโอ เปิดเผยว่าทีมนักวิทยาศาสตร์ได้จัดกลุ่มทดลองเป็นอาสาสมัครสองกลุ่มที่ได้ รับประทานน้ำมะนาวผสมน้ำเชื่อม กับอีกกลุ่มหนึ่งได้รับเพียงน้ำมะนาวผสมน้ำตาลเทียมเพื่อให้รสหวาน ก่อนที่จะนำเข้าห้องทดลองที่มีการกำหนดเงื่อนไขว่าผู้ทดลองทั้งหมดต้องกด ปุ่มที่มีแสงวาบขึ้นมาให้ได้เร็วที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษด้วยการฟังเสียงดังเท่าๆ กับเครื่องบินเจ็ตเร่งเครื่องระดับสูงสุด พบว่าอาสาสมัครที่รับประทานน้ำมะนาวผสมน้ำตาลธรรมชาติสามารถลดอารมณ์โกรธได้ เร็วกว่าอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับน้ำตาลเทียมอย่างเห็นได้ชัด

ขณะเดียวกันผลการศึกษาอีกชุดหนึ่งของ ศ.บุชแมนกับทีมงานแห่งมหาวิทยาลัยเคนตักกี้ พบว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานระดับรุนแรงมีการลดอารมณ์โกรธได้ดีกว่าบุคคลปกติทั่ว ไป เนื่องจากผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานจะมีปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือดมากกว่าคนปกติ ที่น้ำตาลส่วนใหญ่จะถูกกักเก็บไว้ในตับเป็นส่วนใหญ่

ดังนั้นครั้งต่อไปที่คุณเกิดอาการโกรธ ลองรับประทานน้ำตาลสักหนึ่งช้อนชาเพื่อช่วยให้คุณควบคุมอาการโกรธได้ดีขึ้น แต่หากควบคุมไม่ให้เกิดอาการโกรธขึ้นมาได้ ยิ่งเป็นการดีขึ้นไปอีก เพราะไม่ต้องเปลืองเวลาอันมีค่าของสมองในการทำสิ่งที่ดีๆ ให้แก่ชีวิตแล้ว ยังไม่ต้องเปลืองเงินไปซื้อน้ำตาลมารับประทานอีก 

ที่มา : Thaifwd.com

วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สารให้ความหวานแทนน้ำตาล

สารให้ความหวานแทนน้ำตาล
 

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

น้ำตาลทรายสารพัดประโยชน์ (New!)

น้ำตาลทรายสารพัดประโยชน์ (New!)
 
 

น้ำตาลทรายหวานอร่อยและยังมีประโยชน์ใช้สอยอื่นๆ ที่ช่วยให้ชีวิตในบ้านของคุณง่ายขึ้นอีกด้วย

ทำความสะอาดมือ : น้ำตาลเป็นสารที่มีฤทธิ์ในการขัดลอก เพราะฉะนั้นถ้ามือคุณเปื้อนคราบสกปรกโดยเฉพาะคราบมันที่ล้างออกได้ยากทั้งหลาย ลองใช้น้ำตาลทรายถูมือ มันจะช่วยทำความสะอาดได้อย่างหมดจด

 ดักมด : ต้มน้ำตาลกับน้ำเล็กน้อยจนเป็นน้ำเชื่อมเหนียวๆ แล้วเทน้ำเชื่อมใส่ลงในขวดปากกว้างหรือชาม จากนั้นวางทิ้งไว้ในที่เปิดโล่ง มันจะดึงดูดมดเข้ามาลิ้มรสความหวาน แล้วก็จะตกลงไป

บรรเทาอาการลิ้นพอง : ถ้าคุณบังเอิญกินอาหารร้อนๆ หรือเครื่องดื่มร้อนจัดเข้าไปจนรู้สึกเหมือนลิ้นแทบพอง ลองโรยน้ำตาลทรายลงบนลิ้นแล้วอมเอาไว้ชั่วคราว อาการปวดแสบปวดร้อนจะดีขึ้น

ฆ่าแมลงสาบ :ผสมน้ำตาลทรายกับผงฟูในปริมาณเท่าๆ กัน น้ำตาลทรายจะเรียกให้แมลงสาบเข้ามากิน แล้วผงฟูก็จะทำให้แมลงสาบตาย

 จับแมลงวัน : ต้มน้ำครึ่งลิตรกับน้ำตาลทรายและพริกไทย (ราวหนึ่งช้อนชา) แล้วเทใส่ไว้ในชาม มันจะดึงดูดแมลงวันให้เข้ามา แล้วก็จะตกลงไปตายในน้ำ

จุดไฟ : ถ้าคุณมีปัญหาในการติดเตาถ่าน ลองโรยน้ำตาลทรายลงไปสักหยิบมือหนึ่งก่อนจุดไฟ น้ำตาลทรายจะช่วยทำให้ไฟติดได้ง่ายขึ้น

รักษาความสดของบิสกิต : ใส่น้ำตาลทรายเล็กน้อยลงในโหลใส่บิสกิตของคุณ มันจะช่วยดูดซับความชื้นและทำให้บิสกิตคงความกรอบได้ยาวนานกว่า

เค้กสดใหม่ : โรยน้ำตาลทรายเล็กน้อยลงบนเค้กที่ทำเองที่บ้านในขณะที่มันยังร้อนอยู่ เค้กของคุณจะคงความสดใหม่ได้นานขึ้น

ข้อดีของน้ำตาล


การชอบรสหวานนั้นเป็นวิวัฒนาการของความอยู่รอดของมนุษย์เรา ในยุคเก่าอาหารที่มีรสหวานบ่งบอกถึงความปลอดภัย ส่วนอาหารราขมมันจะบอกถึงความเป็นพิษที่แอบแฝงอยู่ แต่เมื่อมาถึงสมัยนี้ก็ไม่มีอะไรแน่นอนเสมอไป เพราะมะระเป็นผักขมที่เป็นอาหารที่ดี ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้
เวลาเครียดเรามักอยากกินของหวาน เพราะรสหวานที่ลิ้นช่วยกระตุ้นให้หลั่งสารเคมีในสมอง คือ เอนดอร์ฟินและเซโรโทนิน ซึ่งช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นและทำให้อารมณ์สงบไม่รุ่มร้อน
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยซินซินเนติพบว่า เมื่อให้หนูที่ถูกกักบริเวณกินน้ำตาลในปริมาณน้อยๆ ทุกวันจะช่วยลดความเครียดได้ เปรียบเทียบกับหนูที่อยู่ในสภาวะเดียวกันแต่ไม่ได้รับน้ำตาลมีระดับฮอร์โมนเครียด “กลูโคคอร์ติคอยด์” น้อยถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ฮอร์โมนชนิดนี้หากมีมากจะทำให้อ้วนและทำให้ภูมิต้านทานอ่อนแอลง

ทางเลือกในการกินหวาน

การลดนั้นง่ายกว่าการอด “แต่จำไว้น้ำตาลเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานเท่านั้นที่จะให้ความสุขกับการกินและคุมน้ำหนักได้พร้อมๆ กัน”ปริมาณที่เหมาะสมซึ่งแนะนำสำหรับคนไทยคือไม่ควรกินเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน
ที่มา : i-ba.net

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558