วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ขาย !!!! เครื่องดื่มชาเขียว โออิชิ ส่งออก ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม สนใจติดต่อด่วน

ขาย !!!! เครื่องดื่มชาเขียว โออิชิ ส่งออก ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม สนใจติดต่อด่วน
บริษัท เก้าเทรดดิ้ง(ไทยแลนด์) จำกัด
9td.2015@gmail.com

ที่มา: รูปจาก www.oishigroup.com



วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ข้อสงสัยเกี่ยวกับน้ำตาล

ข้อสงสัยเกี่ยวกับน้ำตาล
 
 

* น้ำตาลเป็นสาเหตุของการเกิดฟันผุ ?
     
ความจริงคือ...ฟันผุเกิดจากการสะสมของแบคทีเรียและเศษอาหารโดยเฉพาะอาหารจำพวกแป้งบริเวณพื้นผิวฟัน น้ำตาลเป็นสาเหตุหนึ่งแต่จะทำให้ฟันผุก็ต่อเมื่อเปลี่ยนเป็นแบคทีเรีย
* น้ำตาลทำให้อ้วน ?
    
 ความจริงคือ...ผลทดลองทางวิทยาศาสตร์พบว่าคนอ้วนหลายคนไม่ได้ทานน้ำตาลมากแต่กลับเป็นคนผอม ยิ่งไปกว่านั้นการทานอาหารประเภทแป้งจะช่วยระงับความอยากอาหารเป็นอย่างดี
* น้ำตาลเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ ?     ความจริงคือ...นักวิจัยพบว่าน้ำตาลไม่ใช่สาเหตุดังกล่าว เพราะซูโครสและคาร์โบไฮเดรตทำงานแยกออกจากสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ
* ให้พลังงานแต่ไม่ให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์?
    
 ความจริงคือ..น้ำตาลให้สารอาหารเช่นเดียวกับคาร์โบไฮเดรต 100% และช่วยส่งเสริมให้สารอาหารต่างๆ ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
* น้ำตาลทำให้อ้วน ?
     
ความจริงคือ...จริงที่น้ำตาลและแอลกอฮอล์จะให้ปริมาณแคลอรีที่สูงกว่าสารอาหารทั่วไป แต่ความอ้วนเกิดจากการกิน (หลาย ๆ อย่าง) ที่มากเกินไป และมีแคลอรีเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ

From : Administrator Thaisugarmill

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ผิวสวยเปล่ง ปลั่งด้วยวิธีง่ายๆ

ผิวสวยเปล่ง ปลั่งด้วยวิธีง่ายๆ
 

 

  ลองใช้ส่วนผสมต่อไปนี้ที่หาได้ในบ้านของคุณเอง เพื่อเป็นเจ้าของผิวสวยเปล่งปลั่งอย่างที่คุณปรารถนา
         1. น้ำตาลทราย ใช้น้ำตาลทรายผสมกับน้ำมันมะกอก เพื่อขัดผิว เกล็ดน้ำตาลทรายจะช่วยขัดลอกเซลล์ผิวเก่าและทำให้ผิวนุ่มขึ้น ขณะที่น้ำมันมะกอกจะทำให้ผิวชุ่มชื่น

         2. ข้าวโอ๊ตและนม ผสมข้าวโอ๊ตกับนมแบบไม่พร่องมันเนยทาให้ทั่วใบหน้าและปล่อยให้แห้งราว 10-15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด

         3. โยเกิร์ต ทาโยเกิร์ตแบบธรรมชาติลงให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ 15 นาที ไม่เพียงแต่ผิวจะรู้สึกสดชื่น มันยังทำให้ผิวของคุณนุ่มนวลและเรียบลื่นอีกด้วย

         4. กล้วยหอม บดให้ละเอียดและผสมกับนมสด ทาทั่วใบหน้าและทิ้งไว้ 20 นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็น แล้วรอดูผิวที่เปล่งปลั่งได้เลย

         5. น้ำผึ้ง ทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น ผิวคุณจะนุ่มนวลและเปล่งปลั่ง

         6. ไข่ ผสมไข่ดิบกับน้ำผึ้ง ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

         7. มะละกอ บดละเอียดแล้วพอกลงบนใบหน้า ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออก

         8. แป้งข้าวโพด ผสมกับไข่ขาวและทาทั่วใบหน้าเมื่อใบหน้าแห้ง ซึ่งใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง ใช้นิ้วจุ่มน้ำอุ่นและนวดให้ทั่ว ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด



ขอขอบคุณที่มาจาก Lisa

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ว่าด้วยเรื่องน้ำตาล

 



ว่าด้วยเรื่องน้ำตาล

น้ำตาล ถ้าพูดถึงน้ำตาล ทุกคนต้องนึกถึงน้ำตาลเม็ดขาวๆ เป็นถุงๆ จริงๆแล้วน้ำตาลมีหลายแบบโดยแบ่งตามรสชาติ,ลักษณะของน้ำตาล,รสสัมผัส ซึ่งต้องดูว่าจะใช้น้ำตาลแบบไหนให้เหมาะกับอาหารหรือของหวานแบบไหน

น้ำตาลแบ่งออกเป็นหลายชนิด เช่น
  • น้ำตาลทราย (Granulated Sugar) เป็นน้ำตาลที่เราพบเห็นและใช้ประจำ ลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ สีขาว นิยมนำไปใช้ในการทำอาหารต่างๆ มีแบบที่ทำเป็นก้อน 
  • น้ำตาลผง (Powdered Sugar) เป็นน้ำตาลที่บดละเอียด และนำไปผสมกับแป้งข้าวโพด นิยมใช้เป็น น้ำตาลฟรอสติ้ง ,น้ำตาลไอซิ่ง (icing)
  • Raw Sugar เป็นน้ำตาลที่ผ่านกระบวนการน้อยที่สุด กว่าการทำน้ำตาลชนิดอื่นๆ เช่น มอลลาส (molasses)
  • น้ำตาลทรายแดง (Brown Sugar) ลักษณะน้ำตาลเป็นสีน้ำตาลแดง และมีความชื้นมากกว่าน้ำตาลชนิดอื่นๆ ซึ่งได้สีน้ำตาลมาจากมอลลาส แค่จะเป็นสีน้ำตาลอ่อนกว่า
  • Coarse Sugar. ลํกษณะเป็นน้ำตาลที่มีขนาดเม็ดกลมใหญ่ เหมาะแก่การนำไปตกแต่ง
  • น้ำตาลทรายละเอียด (Super Refined Sugar). ลักษระเป็นผลึกน้ำตาลที่มีขนาดเล็กมาก แต่ใช้ได้เหมือนน้ำตาลทราย แต่ละลายได้เร็ว
  • น้ำตาลเทียม,น้ำตาลลดความหวาน (Artificial/Reduced Sugar Sweeteners) เป็นน้ำตาลที่สังเคราะห์เพื่อลดความหวาน เช่น Aspartame, sucralose, saccharin sugar alcohol and Stevia

บทความโดย FoodieTaste

วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สครับน้ำตาลทรายแดงเพื่อผิวอ่อนเยาว์

สครับน้ำตาลทรายแดงเพื่อผิวอ่อนเยาว์ (New!)
 
 

ในกลุ่มคนที่รักสวยรักงามนั้น เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่า การขัดผิวเป็นหนึ่งในสูตรลัดที่ช่วยฟื้นฟูให้ผิวดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดีขึ้นได้ แม้จะมีครีมสครับออกมาให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ สาวๆ หลายคนก็จฉลาดที่จะเลือกใช้พืชพรรณธรรมชาติตามแบบฉบับโบราณมาผสมเป็นสครับสูตรเฉพาะของตัวเอง เพราะนอกจากจะได้ความสดใหม่แล้ว ยังปลอดภัยจากอาการแพ้สารเคมี

วันนี้เราขอแนะนำ “สครับน้ำตาลทรายแดง” หนึ่งในสครับไม่กี่ชนิดที่สามารถใช้ได้กับทุกส่วนของร่างกาย เพราะอ่อนโยนแม้ผิวที่บอบบางหรือแพ้ง่าย
สวยหวานแบบน้ำตาลทรายแดง
สำหรับประโยชน์ต่อผิวพรรณ เห็นหวานๆอย่างนี้ แต่ตัวน้ำตาลทรายแดงเองอุดมไปด้วยกรดผลไม้ช่วยผลัดเซลล์ผิว มีคุณสมบัติ ดูดสิ่งสกปรกและน้ำมันจากรูขุมขนได้ดี สามารถขัดได้เป็นประจำโดยไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน ทั้งยังทำให้สีผิวอ่อนลง ดูผุดผ่องน่าทะนุถนอม เกร็ดละเอียดของน้ำตาลทรายแดง ช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกได้อย่างลึกล้ำ ช่วยในระบบน้ำเหลืองหมุนเวียนได้ดี จึงช่วยลบเลือนจุดด่างดำ ทำให้ผิวอ่อนนุ่ม เนียนละเอียดขึ้น แลดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล
หากขัดเป็นประจำจะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหยาบกร้านตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นบริเวณหัวเข่า ข้อศอก และตาตุ่ม ให้นุ่มเนียนขึ้นหลังจากใช้เพียงไม่กี่ครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นยังป้องกันความหยาบกร้านไม่ให้กลับมาเกิดขึ้นใหม่ได้ด้วย น้ำตาลทรายแดงเหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแห้งถึงแห้งมาก อ่อนโยนสามารถใช้ได้ทุกวันอย่างปลอดภัย
วิธีทำสครับสำหรับขัดผิวกาย 
ส่วนผสม

น้ำตาลทรายแดง 1 ถ้วย
น้ำมันอัลมอนด์ ½ ถ้วย
วิตามินอี ชนิดเหลว 1 ช้อนชา
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ ผสมน้ำตาลทรายแดง น้ำมันอัลมอนด์และวิตามินอี คนให้เข้ากัน ถ้าผิวแห้งมากให้เติมน้ำผึ้งลงไปด้วย
ปั้นสวย อาบน้ำให้สะอาด เช็ดตัวพอหมาด นำมาขัดบนผิวหมาดๆ สัก 10-15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น 

ที่มา : baanshortawan.net